ชาวญี่ปุ่นอายุตั้งแต่ 65 ปี เป็นกลุ่มล่าสุดที่สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในประเทศ ขณะที่รัฐบาลเชื่อมั่นแผนจัดหาวัคซีนที่ทำอยู่ “ไม่ช้า” ด้านกรุงโตเกียวเข้าสู่มาตรการคุมเข้มครั้งใหม่ถึงต้นเดือนหน้า

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 12 เม.ย.ว่ากระทรวงสาธารณสุขของญี่ปุ่นเริ่มการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้แก่ประชาชนซึ่งมีอายุตั้งแต่ 65 ปี เมื่อวันจันทร์ โดยจุดบริการฉีดวัคซีนมีประมาณ 120 แห่งทั่วประเทศ และวัคซีนที่ใช้เป็นวัคซีนของไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค ผลิตในทวีปยุโรป เบื้องต้นมีการคาดการณ์ว่า ผู้สูงอายุ 2,810 คน ในกรุงโตเกียว จะได้ฉีดในวันแรก
 
ขณะที่นายคัตสึโนบุ คาโตะ โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่น เชื่อมั่นว่า “หากห่วงโซ่อุปทานในทวีปยุโรปเป็นไปอย่างราบรื่น” รัฐบาลสามารถจัดหาวัคซีนได้เพียงพอกับประชาชนอายุ 65 ปีขึ้นไปในประเทศ ซึ่งมีจำนวนประมาณ 36 ล้านคน ทันภายในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้
 
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันญี่ปุ่นมีประชากรประมาณ 126 ล้านคน และนับตั้งแต่เริ่มการฉีดวัคซีนเมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยบุคลากรการแพทย์ตามเมืองใหญ่ และพื้นที่ซึ่งมีผู้ติดเชื้อสะสมมาก เข้ารับการฉีดเป็นกลุ่มแรกนั้น ปรากฏว่าจนถึงตอนนี้มีผู้ได้รับวัคซีนยังไม่ถึง 1% หลายฝ่ายจึงทั้งกังวลและวิจารณ์รัฐบาลอย่างหนักว่าทำงานล่าช้าเกินไปในเรื่องนี้ ยิ่งไปกว่านั้น กำหนดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน ที่กรุงโตเกียวจะเป็นเจ้าภาพ มีกำหนดเปิดฉากปลายเดือน ก.ค.นี้แล้ว
 
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ ซึงะ ตัดสินใจใช้มาตรการ “กึ่งฉุกเฉิน” เป็นเวลา 24 วัน กับกรุงโตเกียว จังหวัดเกียวโต และจังหวัดโอกินาวะ โดยมาตรการทั้งหมดซึ่งแทบไม่ต่างจากที่ทุกฝ่ายเคยปฏิบัติ มีผลจนถึงวันที่ 5 พ.ค.นี้ ด้านนางยูริโกะ โคอิเคะ ผู้ว่าราชการกรุงโตเกียว ขอความร่วมมือให้ประชาชนงดออกจากบ้านหากไม่จำเป็น การเลื่อนกำหนดการท่องเที่ยวในต่างจังหวัด และขอให้ร้านอาหารปิดภายในเวลา 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ( 18.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย )